พม่าก็มีหิมะนะจ๊ะ

หนึ่ง เดียวในเอเชียอาคเนย์ที่มีหิมะให้เห็นคือ รัฐคะฉิ่น สหภาพพม่า อาณาเขต 33,903 ตารางไมล์ ติดต่อกับทิเบต จีน อินเดีย พื้นที่เต็มไปด้วยภูเขา โดยเฉพาะรอบเมืองปูเตาทางตอนเหนือสุด สำหรับยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมเป็นส่วนปลายของเทือกเขาหิมาลัย พรมแดนธรรมชาติกั้นพม่าจากจีน “ยอดเขาพนกานราสี” (Phon Kan Razi) การปกครองในรัฐคะฉิ่น พื้นที่ 34,379 ตารางไมล์ การปกครอง 3 อำเภอ 18 ตำบล 709 หมู่บ้าน ประกอบด้วย เมืองหลวงมิตจีนา อำเภอมิตจีนา อำเภอพะโม (บะมอ) อำเภอปูตาโอ เมืองหลวงของรัฐชื่อ มิตจินา ประชากรส่วนใหญ่เป็นคะฉิ่น มีจำนวน 1.2 ล้านคน ความหนาแน่น 34 คน/ตารางไมล์ กลุ่มชาติพันธุ์ที่เรียกตนเองว่าคะฉิ่น ประกอบด้วยชนเผ่ากลุ่มย่อยๆ ที่สำคัญ 4 กลุ่ม ได้แก่ จิงเป่า ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด รองลงไปคือ อัตซิ ลาชิ และมารู สามกลุ่มหลังอาศัยอยู่ใกล้ชายแดนจีน และมีภาษาพูดเป็นของตนเองที่แตกต่างจากกลุ่มที่อยู่ค่อนมาทางพม่า ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในดินแดนที่เป็นภูเขาและพื้นที่เนินเขา เพาะปลูกข้าวแบบไร่หมุนเวียนประชากร

ศาสนาที่นับถือ ศาสนาพุทธ 57.8% คริสต์ 36.4% ภาษาที่ใช้คือ ภาษาพม่า ภาษาจิงผ่อ ภาษาระวาง ภาษาลีซอ ภาษาละเชก ดินแดนนี้แต่ก่อนไม่ได้เป็นของกษัตริย์พม่าองค์ใด แม้เมื่ออังกฤษเข้าครอบครองพม่าคะฉิ่นก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในตอนนั้น แต่มาถูกบุกรุกโดยจีนช่วง ค.ศ.1945-1947 กระทั่งมีการลงนามในสัญญาชายแดนระหว่างพม่ากับจีน ค.ศ.1960 สถานการณ์ยามนั้นค่อนข้างวุ่นวาย มีกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลในคะฉิ่น Kachin Independence Organization (KIO) ที่ตั้งขึ้นเมื่อพม่าเป็นอิสระจากอังกฤษ ก่อนการลงนามในสัญญาหยุดยิงกับรัฐบาลในปี 1993 อุตสาหกรรมป่าไม้ทำให้คะฉิ่นหนีไม่พ้นภัยธรรมชาติ เกิดปัญหาป่าไม้ถูกทำลายจำนวนมาก ภัยจากดินทลายและน้ำท่วมทำให้ประชาชนเสียชีวิตนับไม่ถ้วน ยาเสพติดยิ่งเป็นปัญหาสำคัญ เยาวชนจำนวนมากติดเฮโรอีน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันและการค้าประเวณีก็นำเอดส์มาแพร่กระจาย ที่คร่าชีวิตผู้คนอีกด้านคือการสู้รบระหว่างกลุ่มเล็กๆ โดยมี KIO เป็นกลุ่มใหญ่ มีการฝึกฝนหนักและรวบรวมกันได้มากที่สุดเพื่อรบกับกองกำลังรัฐบาล ทั้งสามารถจัดตั้งระบบการศึกษาและการแพทย์อย่างเป็นอิสระ กระทั่งลงนามหยุดยิง ปัจจุบันรัฐคะฉิ่นยังคงมีการบังคับใช้แรงงานสร้างถนน สนามบิน เขื่อน และมีนักโทษการเมืองอยู่ทั่วไป ทุกวันนี้เป็นพื้นที่ภายใต้อิทธิพลกองทัพประชาธิปไตยแห่งชาติกะฉิ่น (NDA Kachin) แม้บรรยากาศการเมืองจะอึมครึม แต่ก็มีความพยายามของนักธุรกิจที่จะสร้างรีสอร์ตรองรับนักท่องเที่ยว สำนักข่าวเอเอฟพีเคยรายงานข่าวทันตแพทย์ปายโซ นักธุรกิจจากย่างกุ้งผู้ก่อตั้งสมาพันธ์เดินป่าและปีนเขาแห่งพม่า จะสร้างสกีรีสอร์ตในระดับความสูง 11,500 ฟุต ของแนวยอดเขาพนกานราสี เขารับรองว่า “การต่อสู้ส่วนใหญ่ระหว่างชนกลุ่มน้อยนั้นจบลงแล้ว” แต่รัฐบาลพม่าก็ยังไม่มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับแหล่งหิมะที่มี การเดินทางจึงไม่สะดวก เว้นแต่จะเป็นนักท่องเที่ยวและนักผจญภัยในเวลาเดียวกัน ยอดเขา Khakaborazi อยู่ในจังหวัดปูตาโอ ตอนเหนือของรัฐคะฉิ่น ที่ตำแหน่ง 28 องศา 20 ลิบดา เหนือ 97 องศา 28 ลิบดา ตะวันออก ความสูง 5,881 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีหิมะปกคลุมตลอดปี ผู้ไต่ขึ้นถึงยอดเป็นคนแรกที่บันทึกไว้คือ Takashi Ozaki ชาวญี่ปุ่นและ นูมาโจเสน ชาวพม่า เมื่อ 15 กันยายน 1996 ว่ากันว่าหลังจากนั้นมีผู้พยายามปีนให้ถึงยอดอีกหลายคน แต่ก็ยังไม่สำเร็จ บริเวณโดยรอบเป็นป่าไม้อุดมไปด้วยพืชและสัตว์ที่รอการสำรวจอีกมากครับ ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติคาคาบอราซี ตั้งแต่ ตุลาคม 1998 พม่าเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยอดเขา Khakaborazi นี้ก็เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน Southeast Asia ไม่ใช่ยอดคินาบาลู 4,095.2 m. ในรัฐซาบาร์ ประเทศมาเลเซียตามที่เราเข้าใจกัน

พม่าเคยคิดที่จะให้มีการบินระหว่างเชียงใหม่ไปยังเมืองที่มีหิมะนี้ด้วย แต่ตกลงเรื่องผลประโยชน์กับชนกลุ่มน้อยไม่ได้

 

kachin kachin2

About the Author

Leave a Reply

*