สักการะพระอุปคุต เจดีย์เลเยพญา เมืองสิเรียม

เที่ยวสิเรียม   ( เจดีย์กลางน้ำเลเยพญา )
เมืองสิเรียม หรือพม่าเรียกว่า ตานลยีนอยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งใช้เวลาเดินทางประมาณ1ชม.หรือประมาณ45กม. 
เมืองนี้เป็นเมืองท่าสำคัญของเมืองย่างกุ้ง

Screen Shot 2558-03-09 at 11.31.17 AM

ไหว้พระอุปคุตที่ศาลากลางน้ำเจดีย์เลเยพญา
ประวัติของเจดีย์แห่งนี้สร้างในสมัยมอญเรืองอำนาจ เมื่อราวพันกว่าปีก่อน โดยพระสงฆ์รูปหนึ่งฝันว่าที่แห่งนี้
มีเจดีย์สวยงามแล้วได้ไปทูลกษัตริย์ในสมัยนั้นเพื่อขอให้สร้างเจดีย์กลางน้ำแห่งนี้ และยังได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า
ถ้าหากมีน้ำท่วมก็ขออย่าให้ท่วมองค์พระเจดีย์ถ้ามีผู้คนมากราบไหว้จำนวนมากเท่าไหร่ก็ขอให้ไม่มีวันเต็มล้น
พื้นที่ เพราะเจดีย์แห่งนี้สร้างบนเกาะมีสภาพเป็นเพียงเกาะเล็กๆกลางแม่น้ำกว้างใหญ่เท่านั้น ว่ากันว่าหากมี
งานพิธีจัดขึ้นที่นี่ สามารถจุคนได้ถึง 2 หมื่นคน เป็นพระเจดีย์กลางน้ำ ระหว่างประตูขึ้นไปจะพบยักษ์สีเขียว
2 ตน ที่ประตูทางเข้านั่งขนาบอยู่ซ้าย-ขวา คนพม่าเชื่อกันว่าหากนำมือไปลูบตามตัวยักษ์ เช่น ลูบหลังแล้วจึง
มาลูบหลังของตัวเอง อาการปวดหลังก็จะหายไปหากปวดที่จุดอื่นก็ให้ลูบตัวยักษ์ที่จุดนั้น แล้วมาลูบร่างกาย
ตัวเองจะทำให้ความเจ็บปวดหายไปได้ ประตูทางเข้า ไม้ฉลุทาสีทองสวยมาก
นมัสการพระพุทธรูปเก่าแก่ทรงเครื่องจักรพรรดิประดิษฐานบนบัลลังก์ไม้แกะสลักปิดทองคำทองเปลวที่มี
ความงดงาม อธิษฐานและร่วมทำบุญบูรณะพระเจดีย์นมัสการพระพุทธรูปแกะสลักศักดิ์สิทธิ์บริเวณพระเจดีย์
องค์พระประธานในวัด ในส่วนสำคัญที่สุดของพระเจดีย์เยเลพญาจะอยู่ที่มุขที่ยื่นไปในน้ำด้านหลังพระเจดีย์
เป็นที่ประดิษฐานของพระอุปคุต ตำนานกล่าวไว้ว่าเมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชเห็นพระอุปคุตที่ได้รับนิมนต์ขึ้น
มาจากใต้สมุทรเพื่อป้องกันพระยามารทำลายการฉลองเจดีย์ พอเห็นท่านผอมแห้งจึงไม่ศรัทธาไม่น่าจะปราบ
มารได้จึงปล่อยช้างตกมันมาทำร้ายเป็นการทดสอบพระอุปคุตสแสดงฤทธิ์ปราบช้างได้ พระเจ้าอโศกจึงถวาย
ภัตตาหารแต่ใกล้จะเลยเวลาฉันแล้ว และท่านได้กล่าวกับพระอาทิตย์ว่าหยุดก่อนเถิดท่านพระอาทิตย์
เพิ่งปฎิบัติกิจเสร็จและยังไม่ได้ฉันอาหารเลย ว่ากันว่าพระอาทิตย์ก็หยุดเพื่อรอพระอุปคุตฉันอาหารจนเสร็จ
พระอุปคุตจึงมองพระอาทิตย์ไปด้วยฉันอาหารไปด้วยนัยว่าห้ามพระอาทิตย์ไม่ให้เคลื่อนเกินศีรษะไม่ให้เลย
เวลาฉันเพล ดังนั้นจึงนิยมสร้างเป็นรูปพระสงฆ์ล้วงบาตรเงยหน้ามองพระอาทิตย์
ชาวพม่าเชื่อกันวันพระอุปคุตจะบันดาลให้มีกินมีใช้ไม่ขาด และมีโชคลาภ

Screen Shot 2558-03-09 at 11.09.13 AM
ชีวประวัติพระอุปคุต  หลายคนเชื่อกันมาว่า พระอุปคุตมีอิทธิฤทธิ์ปราบพระยามาร มีเรื่องเล่ามาว่า
ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 2หลังพุทธปรินิพพาน ณ นครปาตลีบุตราชธานี
(ปัจจุบันคือเมืองปัตนะ ภาคใต้ของประเทศอินเดีย)
พระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ครองราชสมบัติในขณะนั้น ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง
ได้ฉลองสมโภชพระสถูปเจดีย์ทั้งหมดที่พระองค์สร้างอย่างยิ่งใหญ่ ตลอด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน
แต่ถูกพระยามารมาผจญ ท่านจึงนิมนต์พระอุปคุตไปปราบพระยามารจนพระยามารยอมแพ้ จาก
นั้นพระอุปคุตก็มีชื่อเสียงในทางปราบมาร ท่านมีอีกชื่อว่า "พระบัวเข็ม"
ปัจจุบันยังมีความเชื่อในหมู่ชาวล้านนาว่า พระบัวเข็มหรือพระอุปคุตยังมีชีวิตอยู่ ในทุกวันขึ้น 15
ค่ำที่ตรงกับวันพุธ ชาวล้านนาจะเรียกว่าเป็น "วันเป็งปุ๊ด" พระอุปคุตจะออกบิณฑบาตในร่าง
เณรน้อย และจะออกมาเวลาเที่ยงคืน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดประเพณีตักบาตรกลางคืนขึ้น
อีกความเชื่อคือ  พระบัวเข็ม หรือ พระอุปคุต ในทางพระเครื่องมีประวัติว่า "พระบัวเข็ม"
เดิมเป็นพระพุทธรูปมอญเข้ามาแพร่หลายในไทยช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระรามัญได้นำ
มาถวายท่านวชิรญาณภิกขุ (ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4)
โดยเชื่อในพุทธคุณว่าเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ ก่อให้เกิดลาภผล ความมั่งมี ขจัดภยันตราย
และมีอิทธิฤทธิ์ในทางขอฝนอีกด้วย

 

สนในโปรแกรมติดต่อ   :   myanmartouring@gmail.com  

บริการจัดทริปแพ็คเกจพม่าแบบส่วนตัว  เช่ารถ จองที่พัก ไกด์ และบริการยื่นวีซ่า 

About the Author

Leave a Reply

*